วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

นเรศวร ยุทธนาวี

วันสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่ได้ไปเล่นน้ำที่ไหนเลย มันรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงทุกวันเลยไม่อยากเล่นน้ำ เพราะว่ามันร้อน แล้วก็หนาวตอนโดนน้ำ หลานชายผมมันชวนไปสีลมก็ไม่ยอมไปกับมันเสียดายชะมัดอดดูของดีเลย เพราะเมียผมแท้ๆดันมาชวนไปดูนเรศวรซะได้ไม่งั้นอาจได้ไปก็ได้แต่ก็เอาเหอะนานๆไปดูหนังกันทีแบบว่าแอบสวีท 555
งวดนี้ไปดูที่เมเจอร์ฮอลีวู๊ด สุขสวัสดิ์ค่าตั๋ว 160 บาท โรงก็ยังไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมไม่ปรับปรุงไม่พัฒนาพนักงานหน้าบูดตลอดศกเซ็งตั้งแต่ยังไม่ได้ดูล่ะ ไปดูรอบ 2 ทุ่มครึ่ง โฆษณาอีกราวๆ 15 นาที กว่าจะฉายก็เกือบ 3 ทุ่มล่ะ หนังเริ่มต้นด้วยการย้อนรอยภาค 1-2 ให้ดูก่อนแบบว่ากลัวคนจำไม่ได้ (แหงล่ะก็นานซะขนาดนั้น) อีกประมาณ 10 นาทีถึงเริ่มต้นภาค 3 หนังจบตอน 5 ทุ่ม 20 ตอนก่อนดูคนขายตั๋วบอกว่ายาว 3 ชั่วโมง แต่บวกลบคูณหารแล้วมันก็ได้แค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไม่รู้ตัดอะไรไปบ้าง...เอาเป็นว่าไปดูกันดีกว่าว่าผมรู้สึกไงกับหนังเรื่องนี้ ผมวิจารณ์หนังไม่เป็นเอาง่ายๆเลยล่ะกัน

- เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบช้าๆเนือบๆ แต่ไม่ถึงกับเฉื่อย
- รู้สึกเหมือนกับว่าจะปูเรื่องไปรอภาค 4 ยังไงก็ไม่รู้ครับ มีตัวละครโผล่มาอีกเยอะแยะเลยแต่ที่ไม่เข้าใจคือเอานุ่นกับจักจั่นมาทำไรฉากสองคนนี้นานมากแค่จะมาดูพม่าอ่ะ
- แล้วตัวละครอีกคนที่เล่นเป็นเจ้านายนุ่นกับจักจั่นเป็นใครไม่มีใครรู้อ่ะงงสุดๆ
- ภาคนี้มีฉากตลกมาแทรกอยู่ตลอดเวลา ผมชอบต๊อก ศุภกรณ์เล่นนะลองไปดูแล้วหาให้เจอว่าเล่นเป็นตัวอะไร
- ภาคนี้ไอ้ทิ้งเป็นพระเอกมีทั้งบู๊ บุ๋น รักแล้วก็ตลกด้วย
ดยรวมถ้าให้คะแนนนะผมให้ 7/10 ครับเพราะความเป็นหนังไทย สนับสนุนหนังไทยกันครับว่างๆก็ไปดูกันครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

สรจักร ที่ผมรู้จัก

ผมรู้จักับสรจักร ศิริบริรักษ์ ผ่านทางตัวหนังสือมาหลายปีดีดัก อาจจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นแฟนหนังสือก็ว่าได้ ผมซื้อและอ่านหนังสือของเขา (เกือบ) ทุกเล่ม ที่มีวางขายในตลาดยกเว้นก็แต่พวกสมุนไพร ยา อะไรทำนองนี้ซึ่งผมไม่ชอบอ่านเพราะประโยชน์มันเยอะเกินไปทำให้ปวดหัว อย่างผมมันต้อง ผีหัวขาด เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร จับโกหกนอสตราตามุส ศพทั้งหลายแหล่อะไรแบบนี้ถึงจะเหมาะ
อ่านมานานชอบแนวจิตนิดๆอ่านไปอ่านมาพี่เขาก็เลิกเขียนแนวที่ผมชอบไปซะงั้น (อันเนื่องมาจากงานที่เขียนทำเครียด แต่คนอ่านสนุก) แต่ไม่นานมานี้เพิ่งออกมาใหม่อีก 2 เล่มชื่อ วิญญาณครวญ, คนสองวิญญาณ เข้าใจว่าคิดถึงอะไรประมาณนี้ บวกกับเสียงเรียกร้องขอแฟนๆเลยกลับมาจับปากกาเขียนขึ้นอีกรอบแต่ครั้งนี้ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะความซาดิสม์ที่เพิ่มขึ้นของผมหรืออาจเป็นเพราะพี่เขาไม่ต้องการเครียดเหมือนเดิมก็ได้
ผมเองอ่านและตามติดผลงานพี่เขามาโดยตลอดโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆผมมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายพี่เขาเหมือนกันนะ (ยกเว้นเรื่องการเขียน) เช่น เรียนที่โรงเรียนที่พอบอกชื่อโรงเรียนกับใครที่ไรมีแต่คนหัวเราะ + สงสัยว่าโรงเรียนอะไรว่ะมีชื่อแบบนี้ด้วย โรงเรียนผมชื่อ"โรงเรียนสุขานารี" ครับ เชื่อผมมั้ยล่ะ อยู่ที่โคราชโน่นแน่ะ ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ว่างๆใครไปเที่ยวก็ลองแวะไปดูแล้วกัน หรือแม้กระทั่งว่าผมเองก็จบที่อัสสัมชัญมาเหมือนกัน แถมยังเป็นญาติกันด้วยนะแบบว่าแอบนับญาติเนื่องจากพี่แกเป็นคนบุรีรัมย์ส่วนผมมีแม่เป็นคนบุรีรัมย์ ผมก็โยงกันจนได้แหละ 555 เขียนไปเขียนมาชักนึกไม่ออกเอาไว้คราวหน้ามาเล่าเรื่องหนังสือพี่แกให้อ่านกันดีกว่าเผื่อมีคนสนใจ